หนังสือ โลกมันซ้อนกันอยู่ พี่มีแรงบันดาลใจมาจากว่า
เวลาเรามองอะไร เราชอบตัดสินไปก่อน แต่เวลาใครมองเรา
เราอยากขอให้เขารอดู อย่าเพิ่งตัดสินอะไร
เพราะเหตุผลในการคิด ทำ หรือเป็น มันไม่ได้มีมิติเดียว
มันมากกว่านั้น ก็เลยอยากจะบอกย้อนว่า เพื่อความสบายใจ
และจะได้ไม่ตัดสินโลกผิดพลาด จำไว้เสมอว่า
โลกไม่ได้มีมิติเดียวที่เรามองเห็น
มันซ้อนกันอยู่มากกว่านั้น
แหม...ช่างนึก ช่างคิด สมกับที่เป็นนักเขียนจริงๆ
เลยนะคะ
ว่าแต่...ใฝ่ฝันอยากเป็นนักเขียนมาตั้งแต่เด็กเลยหรือเปล่าคะเนี่ย?
พี่ไม่ได้ฝันอยากเป็นนักเขียนมาตั้งแต่เด็กๆ หรอกนะคะ
ตอนเด็กๆ หาตัวเองไม่เจอด้วยซ้ำ
ไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร
เป็นคนเรียนหนังสือไม่เก่งด้วย
แต่ก็เป็นคนรักการอ่านแบบที่อยู่ในขั้นปานกลางน่ะค่ะ
แม่พี่จะชอบอ่านสตรีสาร พี่ก็อ่านตามแม่
อ่านหนังสือที่มีอยู่ในบ้าน พ่อชอบดูข่าว
อ่านหนังสือพิมพ์ ก็จะชอบอ่านตามพ่อ
เดินตามต้นแบบแม่แบบ แบบธรรมดาค่ะ ไม่ได้โดดเด่นอะไร
และจุดเริ่มต้นในการเขียนของพี่ก้อยก็คือการเขียนไดอารี่นั่นเอง
เริ่มขีดเขียนเป็นครั้งแรกก็เขียนไดอารี่ของตัวเองค่ะ
นอกจากนั้นก็เคยเขียนเรื่องส่งไปตามคอลัมน์ในสตรีสารช่วงเป็นวัยรุ่น
เคยได้คัดเลือกเพื่อตีพิมพ์ด้วยนะ ตอนนั้นได้ค่าเรื่อง
300 บาท ภูมิใจมาก ภูมิใจกันทั้งบ้าน
และด้วยความที่ไม่ใช่เด็กเรียนเก่ง...ไม่ใช่เด็กที่ฝันอยากเป็นอะไรเหมือนใครเขา
เมื่อถึงเวลาเรียน...พี่ก้อยจึงปฏิบัติตัวเป็นลูกที่ดีด้วยการเลือกเรียนตามที่พ่ออยากให้เรียน
พี่เรียนจบการตลาดมาค่ะ ไม่ได้เลือกเรียนเองนะ
เรียนตามที่พ่อเลือกให้
แล้วก็ยังคงเรียนไม่เก่งเหมือนเคย แต่ทำกิจกรรมเยอะ
พี่ชอบอยู่ห้องชมรมมากกว่าห้องเรียน
พอจบออกมาก็มาทำงานประจำด้านการตลาด
หากชีวิตก็ผกผัน...เมื่องานเขียนได้ทำให้พี่ก้อยได้พบอีกอาชีพหนึ่งที่ตัวเองทำแล้วมีความสุข
ตอนพี่มีลูก ซึ่งก็คือ น้องเกื้อ
พี่เขียนบันทึกถึงลูกลงในเวบไซต์
หลังจากนั้นก็มีสำนักพิมพ์ติดต่อมาให้รวมเล่ม
ซึ่งนั่นก็คือผลงานการเขียนเล่มแรก ชื่อว่า รักแรกพบ
ค่ะ
แล้ววันหนึ่งพี่ก้อยก็เลือกที่จะลาออกจากงานประจำมานั่งเป็นนักเขียนอยู่ที่บ้าน...
วันหนึ่งที่พี่รู้สึกว่าไม่มีเวลาให้ลูกเลย
เสาร์อาทิตย์กลับบ้านต่างจังหวัดก็เหนื่อย
อยากนอนอย่างเดียว ลูกก็ไม่ยอม จะเล่นกับแม่
จะอยู่ข้างๆ แม่ ใครจะช่วยเลี้ยงก็ไม่เอา
ก็เลยคิดว่าถ้าพี่ประหยัดลง ใช้จ่ายน้อยลง
มีเวลาให้ลูกมากขึ้น น่าจะเป็นการแบ่งเวลาที่ดีกว่า
เลยตัดสินใจลาออก ซึ่งทุกวันนี้ก็มีความสุขกับงานดี
ของแถมก็คือได้เดินทาง ได้เที่ยว
ได้มีเวลาอยู่กับลูกเยอะมาก ได้ทะเลาะกับเขา
ได้หัวเราะกับเขา ได้ร้องไห้กับเขาเต็มที่ |