สำนักพิมพ์  อักขระบันเทิง  ขอสนับสนุนให้เยาวชนรักการอ่าน  ด้วยการจัดโครงการ ‘บริจาคหนังสือ’  โดยบรรณารักษ์หรือเจ้าหน้าที่ห้องสมุดของโรงเรียนและมหาวิทยาลัยต่างๆ  สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  0-2539-4492 ต่อ 101  (จันทร์-ศุกร์ 10.00-17.00 น.)  
       
         
 

สราวุธ สิงห์ลา...
ผู้ชายที่เชื่อว่าโลกนี้มีความฝัน

 

วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับนักเขียนหนุ่มที่มีผลงานการเขียนมาแล้ว 2 เล่ม  ซึ่งแต่ละเล่มก็มีข้อคิดดีดีมากมายให้กับคนที่ได้อ่าน  ไม่น่าเชื่อใช่ไหม...ว่าผู้ชายธรรมดาๆ คนนี้จะมีแง่คิดดีดีให้เราได้สัมผัส  แต่ที่ไม่น่าเชื่อยิ่งกว่า...และฉันอยากให้ทุกคนได้รู้ก็คือ...ผู้ชายธรรมดาๆ คนนี้แหละที่ใช้เวลามากกว่าหนึ่งปีในการเขียนและแก้ไขจนกว่าจะมีงานรวมเล่มเป็นครั้งแรก  ผู้ชายธรรมดาๆ คนนี้แหละที่ตลอดเวลามากกว่าหนึ่งปีนั้นมีต้นฉบับส่งมาให้กองบรรณาธิการของอักขระบันเทิงได้อ่านมากกว่า 100 หน้า  นั่นเพราะเขาเชื่อเสมอมา...เชื่อว่าโลกนี้มีความฝัน..และเชื่อว่าสักวันความฝันของเขาจะเป็นความจริง

* แนะนำตัว *
สราวุธ สิงห์ลา  ชื่อเล่น  ต้น   ใช้นามปากกาเดียวกับชื่อ-นามสกุล ครับ  เรียนจบคณะนิเทศศาสตร์  เอกวิชาวารสารศาสตร์  จากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

*  โรครักการอ่าน  *
สำหรับผม  เรื่องของการอ่านและการเขียนเหมือนเป็นโรคประจำตัวติดตัวมาตั้งแต่เกิด เรียกว่ารักตั้งแต่เกิดเลยก็ว่าได้ แต่ตอนเด็กๆ จะเน้นไปทางรักใสๆ วาดรูปการ์ตูนกับอ่านหนังสือการ์ตูนซะมากกว่า  พอโตขึ้นมาหน่อยความรักเริ่มเข้มข้นขึ้นตามอายุ  ความสนใจเกี่ยวกับการวาดรูปการ์ตูนกับการอ่านการ์ตูนลดลง  แต่ก็หันมาเพิ่มความสนใจเกี่ยวกับการอ่านหนังสือในประเภทงานวรรณกรรมมากขึ้นน่ะครับ  ส่วนในเรื่องการปลูกฝังในการรักการอ่านการเขียน ทางบ้านก็จะปลูกฝังแบบให้ตามค้นหาเอาเอง  ประมาณว่าให้อิสระเต็มที่ในการที่ผมจะทำอะไรตามใจชอบซะมากกว่า  เลยทำให้ตอนเด็กๆ ในห้องนอนเต็มไปด้วยหนังสือการ์ตูน

* แรงบันดาลใจในการอ่าน  *
“สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคน”  รวมเรื่องสั้นซีไรต์ ปี 2542  ...หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือวรรณกรรมเล่มแรกๆ ที่มีโอกาสได้อ่าน  สาเหตุที่เลือกซื้อมาอ่านอาจจะเป็นเพราะโชคชะตา  โอกาส  และความบังเอิญคลุกๆ ผสมๆ กันน่ะครับ จำได้ว่าวันนั้นไปเดินเล่นที่ห้างสรรพสินค้าฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต  เดินเรื่อยเปื่อยจนหลงเข้าร้านหนังสือ ส่วนใหญ่ผมจะเดินเข้าร้านหนังสือเป็นประจำอยู่แล้วไงครับ  แต่ก็มักจะเลือกซื้อแต่หนังสือการ์ตูน วันนั้นนึกยังไงไม่ทราบได้  เดินไปตรงชั้นหนังสือรวมเรื่องสั้น ก้มๆ เงยๆ เลือกไปเลือกมา ก็ได้หนังสือเล่มนี้มา พออ่านจบรอบแรกแล้วรู้สึกเหมือนกับว่ามีโลกอีกใบรอคอยผมอยู่ยังไงก็ไม่รู้  หนังสือเล่มนี้ทำให้ผมได้แรงบันดาลใจและไฟฝันและอะไรหลายๆ อย่างมากมาย   อย่างสำคัญที่สุดก็คือทำให้ผมเริ่มจับปากกาเขียนหนังสือจริง ๆ จัง ๆ (สักที)  และด้วยเหตุนี้จึงทำให้  วินทร์ เลียววาริณ เป็นนักเขียนในดวงใจของผม   ผมว่างานเขียนของ วินทร์ มีความคิดสร้างสรรค์ในการนำเสนอที่แปลกใหม่ให้กับผู้อ่าน อีกทั้งผลงานเขียนทุกชิ้นยังมีมาตรฐานและความหลากหลายในการนำเสนอดีครับ   เรียกได้ว่าหนังสือของเขามีคุณภาพทุกเล่ม

* เส้นทางของการเป็นนักเขียน *
หลังจากที่ผมซุ่มเขียนงานมาได้สักระยะหนึ่ง ก็เริ่มมีงานเขียนเก็บสะสมไว้พอสมควร ซึ่งนอกเหนือจากเรื่องสั้นและบทความต่างๆ แล้วผมก็มีงานเขียนอยู่ชุดหนึ่ง เป็นแนวประมาณกึ่งๆ บทความผสมผสานกับเรื่องสั้นๆ ความยาวต่อเรื่องประมาณหนึ่งหน้ากระดาษเอสี่ เช้าวันหนึ่งด้วยอะไรดลใจก็ไม่รู้ ผมเกิดความรู้สึกอยากปล่อยชิ้นงานของตัวเองสู่โลกกว้าง  จึงได้รวบรวมงานชุดนี้คัดเลือกมาประมาณยี่สิบกว่าบท เข้าเล่มแล้วก็ส่งไปเสนอที่สำนักพิมพ์อักขระบันเทิง โดยตั้งชื่อว่า “หนังสือรัก”  
                หลังจากส่งไปประมาณหนึ่งเดือน  คุณต้องตา ตั้งชูวงษ์ ก็โทรติดต่อกลับมา ความรู้สึกในตอนนั้นแบบว่าอึ้งไปสักพักใหญ่ๆ ถ้าผมจำไม่ผิดคุณต้องตาบอกประมาณว่า ชอบชื่อหนังสือ กับชอบคำนำของหนังสือ ที่ผมพูดบรรยายเกี่ยวกับความรักลงไปในบทความ (ซึ่งในท้ายที่สุดคำนำชิ้นนั้น กลายเป็น บทความที่ชื่อว่า “รัก” ในหนังสือเดินช้า...ดีกว่าวิ่งล้ม)
                หลังจากได้พูดคุยกันครั้งแรก คุณต้องตาก็ได้บอกให้ผมเขียนเรื่องส่งเพิ่มเข้าไปอีก เพราะงานที่ผ่านนั้นยังมีไม่เพียงพอต่อการรวมเล่ม แล้วคุณต้องตาก็ให้ผมปรับการเขียนและก็แนะนำวิธีการเขียนบทความให้ เพราะด้วยความที่ยังเป็นมือใหม่ งานที่ผมเขียนในช่วงแรกๆ นั้นจะออกลักษณะเป็นแนวการเขียนที่พูดวกไปวนมา ซ้ำไปซ้ำมา ซึ่งจุดนี้ผมต้องปรับแก้อยู่นานกว่าจะผ่านมาได้
                หลังจากการทยอยส่งงานชุดถัดไปเพื่อพิจารณา  ก็มีทั้งงานที่ผ่านและไม่ผ่าน  เรื่องไหนที่ไม่ผ่าน  ไม่ดี  ไม่โดน  คุณต้องตาก็บอกกับผมตรงๆ ซึ่งผมเองก็ยอมรับและนำมาปรับปรุงแก้ไข จนในที่สุดงานที่ผ่านนั้นก็เพียงพอต่อการรวมเล่ม
                เมื่องานเพียงพอต่อการรวมเล่มแล้ว สิ่งต่อไปที่ต้องทำก็คือการตั้งชื่อหนังสือ ซึ่งที่มาของชื่อหนังสือเล่มนี้ก็มาจาก “พี่บั๋ง” สุทธิพงษ์ สมบัติจินดา ที่ให้ความช่วยเหลือในการตั้งชื่อเรื่อง หลังจากที่ได้อ่านต้นฉบับบทความของผม ซึ่งมีจุดเด่นที่มีชื่อแต่ละบทพยางค์เดียว  “เดินช้า...ดีกว่าวิ่งล้ม” เป็นชื่อหนังสือเล่มนั้น และคุณต้องตาก็ได้ให้การบ้านชุดสุดท้ายให้ผมดำเนินการทำให้เสร็จ
                ผมนำชื่อ เดิน-ช้า-ดี-กว่า-วิ่ง-ล้ม แยกคำออกมาทักทายทำความรู้จัก และคิดหาเรื่องราวและแง่มุมของชีวิตต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับคำๆ เดียวเหล่านั้น หลังจากใช้เวลาปลุกปั้นอยู่กับบทความชุดสุดท้ายอยู่นานสองนาน ในที่สุดบทความหกเรื่องสุดท้ายที่มีชื่อพยางค์เดียว ก็ถูกบรรจุลงในหนังสือรวมบทความเล่มแรกของผม “เดินช้า...ดีกว่าวิ่งล้ม”
                เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้น…ขั้นตอนสุดท้ายก็คือรอวันหนังสือออก
                หนังสือเล่มแรกออกวางแผงในงานสัปดาห์หนังสือที่แรก 
                ผมไปยืนรอชื่นชมหนังสือเล่มแรกของตัวเองตั้งแต่ประตูเริ่มงานยังไม่เปิด
                วันนี้ผมยังจำความรู้สึกและเสียงเต้นของหัวใจในตอนนั้นได้เป็นอย่างดี
                ยังไงก็ต้องขอบคุณคุณต้องตา ตั้งชูวงษ์ บรรณาธิการคนแรก ที่เปิดโอกาสให้ผมจนก้าวมาถึงจุดนี้  และขอบคุณพี่บั๋ง-สุทธิพงษ์  สมบัติจินดา  กับชื่อหนังสือเล่มแรกในชีวิตด้วย

 
หน้า 1 2
 
     
         

สำนักพิมพ์ อักขระบันเทิง / สำนักพิมพ์ ริมทะเล / Hug Publishing / Sofa Publishing
เลขที่ 23/8 หมู่ 7 ซ.ลาดพร้าว 71 (สหกรณ์ 4)
ถ.ลาดพร้าว แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ 10230

โทรศัพท์และโทรสาร  0-2539-4492 email : info@akaraonline.com