การได้อ่านหนังสือด้วยใจเป็นสุขในวันที่แดดอ่อน
พร้อมๆ กับการจิบกาแฟแก้วโปรดสักแก้วไปพลาง...เป็นความฝันของใครๆ หลายคน
รวมทั้งผู้หญิงคนนี้...ผู้หญิงที่รักการอ่านหนังสือเป็นชีวิตจิตใจ ผู้หญิงที่ช่างฝันไปได้กับทุกเรื่องราวที่อ่อนไหว
และผู้หญิงที่รักการเขียนเทียบเท่าลมหายใจตัวเอง
ผู้หญิงคนนี้มีชื่อว่า จอย-อาพัชรินทร์
อินทุภูติ เจ้าของนามปากกา อาพัชรินทร์ เจ้าของผลงานนวนิยายรักอย่าง
Love Box, RAIN, รัก 360 องศา, เรื่องรักของรวงข้าว
และ Love Plus ซึ่งด้วยฝีมือการเขียนอันโดดเด่น
และภาษาสวยๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของเธอนี่เอง ที่ทำให้ทุกคนเมื่อได้ลองอ่านนวนิยายของเธอเพียงเล่มแรกแล้วจะต้องเกิดอาการติดอกติดใจ
ไปตามซื้อเก็บทุกเล่มที่เหลือมาอ่านกันทุกคน
จอยเป็นคนเจียงฮายเจ้า
แต่มาอาศัยแผ่นดินเจียงใหม่อยู่ ปัจจุบันทำงานรับราชการ
แต่ตั้งใจว่าจะทำงานราชการอีกไม่กี่ปีหรอกนะคะ
เพราะจอยไม่คิดจะรับราชการชั่วชีวิต แต่คิดจะเขียนหนังสือชั่วชีวิต
ตอนนี้ก็เลยมุ่งเก็บเงินเพราะในอนาคตอยากเปิดร้านหนังสือและร้านกาแฟเล็กๆ
สักร้านหนึ่ง แล้วก็เขียนหนังสือไปด้วย เอาแค่พออยู่ได้และเป็นนายตัวเองอย่างมีความสุขก็พอค่ะ
แล้วจอยก็เริ่มเล่าถึงที่มาของนิสัยรักการอ่าน
คุณพ่อจอยเป็นครู
แต่โรงเรียนที่สอนเนี่ยอยู่ไกลหน่อย ร้านหนังสือพิมพ์เขาก็เลยต้องส่งหนังสือพิมพ์ของโรงเรียนมาลงที่บ้านเราก่อน
จอยก็เลยได้เริ่มรู้จักอ่านหนังสือตอนนั้น ตัวพ่อเองก็ชอบอ่านหนังสือ
คุณแม่ที่เป็นช่างตัดเสื้อก็จะชอบอ่านนิยาย ก็จะมีรับหนังสือแฟชั่นและนิตยสารผู้หญิงๆ
มาด้วย จอยก็อ่านหมดน่ะค่ะ รวมถึงพวกการ์ตูนด้วย
ทีนี้ก็อ่านมาเรื่อยๆ อะไรที่ต้องตาต้องใจให้อ่าน...อ่านหมด
หนังสือเล่มโปรดนี่...ที่จริงชอบหนังสือหลายเล่ม
แต่เรื่องที่ทำให้ร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวรเสมอ คือ
ต้นส้มแสนรัก ถ้าเวลาที่ต้องการเสียงหัวเราะ ก็จะหยิบการ์ตูนเรื่อง Slam-dunk
มาอ่าน และเล่มที่ติดหัวนอน อ่านบ่อยๆ เวลาเจ็บ เวลาปวด เวลาเศร้าเสียใจ
เวลาอยากได้กำลังใจ เวลาสับสน เวลาที่อยากให้หัวใจตัวเองสงบบ้าง คือ
พระไตรปิฎกฉบับประชาชน ไม่ใช่คนดีอะไรหรอกนะคะ แต่เวลาอ่านคำพระ แล้วมันได้คิดตาม
ได้รู้เท่าทันตัวเอง อะไรที่วุ่นวายอยู่มันก็วางลงได้เองจริงๆ
และก็มาถึงที่มาของนิสัยรักการเขียน
ชอบการเขียน
แต่สมัยเรียนไม่เคยประกวดเขียนอะไรหรอกค่ะ จอยเขียนงานเพื่อประกวดไม่เป็น
เรื่องสั้น เรียงความ คำขวัญ กลอน ที่มีหัวข้อให้ต้องเขียนอย่างนั้น
อย่างนี้ จอยทำไม่ได้เลย มันเหมือนไม่เป็นตัวเองน่ะ จอยชอบเขียนอะไรก็ได้ตามแต่ใจของตัวเองมากกว่า
ส่วนงานที่ได้รับการตีพิมพ์ครั้งแรกจริงๆ เป็นเรื่องสั้นที่เขียนส่งไปตามนิตยสาร
ตามคอลัมน์ที่เขาเปิดรับงานของผู้อ่านน่ะค่ะ ส่งไปที่หนังสือ วัยน่ารัก
ตอนนั้นอยู่ ม. 1 จากนั้นก็จะส่งไปนิตยสาร The boy , I - spy
แต่งานที่ได้มีเป็นเล่มของตัวเองครั้งแรก
เป็นกลอนเปล่าค่ะ ตอนนั้นจอยเรียนอยู่สัก ม. 3
หรือ ม.4 นี่แหละ สมัยนั้นพวกเขียนกลอนเปล่ามันกำลังบูม
จอยก็เอามั่ง เขียนไปนานเป็นปีแน่ะกว่าจะคัดออกมารวมได้หนึ่งเล่ม ใช้นามปากกาว่า
พราวฝัน
อ่านมาตั้งแต่เล็ก...เขียนมาตั้งแต่เด็ก...แต่จอยเล่าว่า
รักการเขียนเท่าชีวิต เข้าจริงๆ ก็ตอนที่เขียนนิยายเรื่อง
RAIN นี่เอง
ก่อนหน้านั้นก็รักการเขียนนะคะ
รักมาตลอดแหละ แต่มารู้สึกจริงจังกับมันขนาดที่ว่าจอยขาดมันไม่ได้ก็ตอนที่เขียนนิยายเรื่อง
RAIN ตอนนั้นความรู้สึกอยากเขียนหนังสือมันเต็มเปี่ยม
รู้สึกว่าไม่มีอะไรอีกแล้วที่เราอยากจะอยู่ทำไปชั่วชีวิตเท่าเขียนหนังสือ
ซึ่งจริงๆ แล้ว RAIN เป็นนิยายเล่มแรกที่จอยลงมือเขียนนะคะ
แต่เล่มแรกที่เสร็จกลายเป็น Love Box ส่วน RAIN
เสร็จเป็นเล่มที่สอง
จอยเรียนจบสาขานิติศาสตร์...แต่กลับรักงานด้านภาษาศาสตร์เป็นชีวิตจิตใจ
และที่จริงแล้วทางบ้านก็ไม่ใคร่จะสนับสนุนความฝันในอาชีพนักเขียนของจอยนัก |