* เรียนหนัก...แต่ก็รักที่จะเขียน *
หยาเรียนแพทย์ จะว่าเรียนหนักก็หนักอยู่เหมือนกันค่ะ แต่ยังไม่หนักมากถึงขนาดไม่มีเวลาเป็นของตัวเอง โดยเฉพาะในช่วงชั้นพรีคลินิก หรือ ปี 1-3 ซึ่งยังเป็นการปูพื้นฐาน ก็จะมีการทำแล็บ เรียนเลคเชอร์ เรียนกรอสอนาโตมี แต่ก็ยังมีเวลาในช่วงเย็น และหยุดเสาร์ อาทิตย์ เหมือนคณะอื่นๆ แต่ถ้าเลยช่วงชั้นนี้ไปแล้ว(ปี 4-6) เวลาคงลดน้อยลงเรื่อยๆ เนื่องจากต้องขึ้นวอร์ด เข้าไปเรียน และปฏิบัติงานจริงในโรงพยาบาล เวลาสำหรับงานเขียนที่ชอบคงมีน้อยลง
* ผลงานเล่มต่อไป *
เรื่องนี้คงยังกำหนดแน่นอนไม่ได้ค่ะ แต่ถ้าจะมีอีกก็คงต้องหลังเดือนมีนาคม 2551 ไปแล้ว เพราะตอนนี้จนถึงตอนนั้นคงต้องเตรียมตัวสอบใบประกอบโรคศิลป์ ถ้าจะมีผลงานออกมาอีกก็คงจะต้องรอให้เสร็จภารกิจนี้ไปก่อน
* คุณสมบัติที่ดีของนักเขียนที่ดี *
ขอหยิบยกหลักธรรมทางพุทธศาสนามาใช้เลยนะคะ เพราะสั้นๆ ง่ายๆ แต่ได้ใจความ และเป็นประโยชน์ต่องานเขียน หรือแม้แต่การทำงานใดๆ ก็ตามมากค่ะ นั่นก็คือ หลักของ อิทธิบาท 4 ซึ่งประกอบไปด้วย ฉันทะ..การมีใจรักในงาน วิริยะ...ความเพียรพยายามที่จะทำงานนั้นให้บรรลุผลสำเร็จ จิตตะ...ความตั้งใจและใส่ใจกับงาน สุดท้าย วิมังสา..หมั่นตรวจสอบว่าเรายังมีข้อผิดพลาดอะไรอยู่บ้าง พร้อมทั้งปรับปรุงแก้ไขและพัฒนางานของเราให้ดียิ่งๆ ขึ้นไปค่ะ
* ขอบคุณทุกกำลังใจ *
ก็ขอบคุณสำหรับกำลังใจดีๆ ที่มีให้แก่กัน ขอบคุณที่ติดตามผลงานมาโดยตลอด และขอบคุณสำหรับทุกคำวิจารณ์ ไม่ว่าจะเป็นคำติหรือคำชม ซึ่งมีผลให้งานชิ้นนี้สำเร็จลงได้ด้วยดีค่ะ
* ให้กำลังใจกับทุกคนที่อยากเป็นนักเขียน *
คงต้องยืมคำพูดของนักเขียนหลายๆ คนที่เคยพูดกันไว้...คือถ้าอยากเป็นนักเขียน ก็ลงมือเขียนสิคะ หมั่นฝึกฝน อดทนรอ และรับฟังความคิดเห็นของผู้อ่าน หยาเชื่อว่าทุกคนมีศักยภาพในตัวเอง เหลือเพียงแต่คุณจะกล้าแสดงมันออกมาหรือไม่เท่านั้นค่ะ |